.....

posted on 30 Apr 2008 22:37 by silver-blood  in Diary

วันนี้ไปดูหอมาค่ะ   จองไว้ด้วย^^ 


ห้องไฮโซมีห้องน้ำในตัวเป็นหอใหม่  ไม่มีผีกวนจัย555+(น่าจะนะก็เค้าเพิ่งสร้าง)


อยู่กับเพื่อนอีก1คน    แต่ยังไม่ได้อยู่หรอกนะ  ก็ยังไม่เปิดเรียนนิ 


ตอนนี้เราต้องไปเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษทั้งเดือนพ.ค.เลย


  แล้วเริ่มเปิดเรียนเดือนมิถุนายนนี้ต้องได้อิ๊งค์แม่นๆก่อน


เจอเพื่อนใหม่แว้วว    น่ารักกันดี  แต่ไม่รู้ว่าวัน


ข้างหน้าจะนิสัยเป็นไงกัน...ก็ต้องศึกษากันต่อไป


....แอบคิดถึงเพื่อนจัง  เพื่อนม.ปลายน่ะ  บางคนหายหัวไปเลย


และคิดถึงคนที่เคยแอบชอบด้วย   ได้ยินข่าวว่าไปเรียนกรุงเทพฯแล้ว  ดีจัง


คิดถึงๆๆๆ     ช่วงรอยต่อระหว่างนักเรียนกับนักศึกษานี่มันปรับตัวยากเหมือนกันเนอะ


แต่ถ้าเราจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดี   เราก็ต้องทำให้ได้^^

  ไปยืดผมด้วย    เซ็งมากตอนยืด  แต่มีความสุขมากตอนเสร็จ หุหุหุ   ผมตรงๆๆ

หลับบ้านมานั่งเล่นเน็ตและแอบไปเห็น...... 

คนหล่อขอทำดี  นัทต้อล^^ 

http://www.sudsapda.com/project/konlor/nat_tol.html

 ช่วยอุดหนุนกันด้วยนะคะ^^

"รู้กันในใจ"ในบ้านAF4

posted on 29 Apr 2008 18:26 by silver-blood  in AF

ตอนนี้กระแสThe Starกำลังแรงเพราะได้แชมป์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว "ยินดีด้วยนะคะ พี่แก้ม" 

AF5ก็ได้แถลงข่าวไปเป็นเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ปีนี้มี16 คน โอ้วววว  แต่ละคนน่ารัก เสียงเพราะทั้งนั้นเลย

แบบนี้ทำให้อดนึกถึงAFรุ่นก่อนๆขึ้นาซะเฉยๆ  เลยมารำลึกความหลัง 

โดยการนำคลิปAF4แต่งเพลงกันในบ้านมานำเสนอ  บางคนไม่ดูทรูวิชั่น คงไม่เห็นว่า

เขามีมุมแบบนี้กันด้วย  ซ้อมเพลง+เล่นดนตรีด้วยกัน  น่ารักดีค่ะ  ดูแล้วทำให้รู้สึกว่า บ้านนี้อบอุ่นจัง^^

     เพลงนี้ชื่อว่าเพลง "รู้กันในใจ" ซึ่งเป็นเพลงที่คนที่เหลืออยู่ในบ้านประมาณวีคเชียร์ช่วยกันแต่งขึ้นมา

เนื้อหาในเพลง  ก็ไม่มีอะไรมาก แค่พวกเขาอยากบอกให้รู้ไว้ว่า

 ถึงแม้จะอยู่ไกลกัน หรือใครจะพูดอย่างไรก็ตาม แต่AF4ก็ยังคงเป็น20คนเสมอ  ลองฟังกันดูนะคะ

 

 

 สำหรับเรา เพลงนี้ ความหมายและดนตรีเพราะมากค่ะ  พวกเขาแต่งด้วยความรัก แต่งมาจากใจ และเล่น+ร้องกันอย่างจริงใจ 

ถ้าใครยังจำได้ อาทิตย์สุดท้ายที่ประกาศผล คนที่ไม่มีโอกาสได้อยู่ในบ้านต่อ เค้าก็ออกมาร้องเพลงนี้บนเวที

เป็นอะไรที่ประทับใจมากๆเลย...

สอบสัมภาษณ์....ที่ผ่านมา

posted on 29 Apr 2008 10:47 by silver-blood  in Diary

ขอพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้งเพื่อรายงานให้สำหรับคนที่ให้ความช่วยเหลือนะคะ


อันเนื่องมาจากเมื่อวานไปสอบสัมภาษณ์มาแล้ว...วิทยาลัยนานาชาติมข. รอบบ่าย เหอะๆ

6คนนั่งล้อมอย่างกะผู้คุม-_-" ได้ไปเผชิญหน้ากับฝรั่ง3คน เวียดนาม1 และไทย2คน(เป็นป้าแก่ด้วย)

ในห้องประชุมห้องหนึ่ง สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษหมดตอนแรกเกรงมากกกก

แต่เพื่อนที่ผ่านมาแล้วบอกว่าไม่ต้องเครียด เค้าเฮฮาจะตายไป 

เค้าขำๆกันนะกรรมการสอบสัมภาษณ์น่ะ  เราก็เชื่อ พยายามทำใจ

แล้วเดินยิ้มร่าเริงเข้าไป เค้าก็เชิญนั่ง เราก็นั่ง

ขอบคุณอะไรเรียบร้อยก็ให้แนะนำตัวเอง

 

 (เพื่อความไม่ยุ่งยาก ขอแปลงที่ได้สัมภาษณ์ทั้งหมดเป็นภาษาไทยนะคะ)

เราพูดๆไป เราเล่าว่าชอบอ่านหนังสือ เค้าก็ให้เราพูดเรื่องหนังสือ ก็ดีนะ

 พอพูดได้อยู่ เล่าไปว่าชอบอ่านหนังสือนิยายนักสืบ  เค้าก็ถามว่าเรื่องอะไร

เราบอกว่าจำชื่อเรื่องไม่ได้ (พูดไปงั้นแหล่ะ เพราะจริงๆจำได้แต่ตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้5555+)

แต่ผู้แต่งคือ อากาธา คริสตี้ เค้าก็ฮือฮากันก็คงเพราะดังทั่วโลกล่ะมั้ง...

ใครๆก็อ่าน  แล้วถามว่าอ่านอะไรอีกป่าวนอกจากนี้  ก็ตอบแฮร์รี่ พอตเตอร์ ....

 

เท่านั้นแหล่ะคำถามแฮร์รี่มาเป็นชุด เช่น คุณอ่านฉบับไทยหรืออังกฤษ

ทำไมคุณถึงชอบอ่าน ช่วยเล่าเรื่องให้ฟังคร่าวๆได้มั้ย เสียตังค์ไปกับแฮร์รี่

พอตเตอร์เท่าไหร่ ใช้เวลาอ่านเล่มอังกฤษนานไหม 

ชอบเวอร์ชันแฮร์รี่ที่เป็นหนังสือหรือภาพยนต์มากกว่ากัน

 ชักงงเหมือนกันจะเข้ากิจการระหว่างประเทศแต่ดันถามเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์เนี่ย

 

แต่ก็พอรู้ล่ะนะว่าใครพูดอะไรออกไปตอนแรกเค้าก็จะถามอันนั้นอ่ะแหล่ะ  

 มีเพื่อนคนหนึ่ง เข้าไปสัมภาษณ์ก่อนช่วงเช้า(คนนี้ลงธุรกิจระดับโลก) เล่าให้ฟังว่า

 คุยกันเรื่องธรรมดาอยู่ดีๆ  ฝรั่งก็ถามว่าพ่อแม่ทำงานอะไร?

มันตอบว่าเป็นเกษตรกร ฝรั่งเลยถามเรื่องราคาข้าวต่อ  มันเอ๋อ...ไปเลย 

แหม...ก็เด็กๆอย่างเราไม่มีใครสนใจเท่าไหร่หรอก555+ เรื่องข่าวไรแบบนี้ 

มันก็ตอบแค่ว่า "Expensive" แค่นั้น มันว่าเสียดายมากเลย

เราก็คิดว่าถ้าเป็นเราโดนคำถามสาระอย่างนี้จะตอบได้มั้ย แล้วเราก็โดนจริงๆ

 

สาระของเราก็เริ่มตั้งแต่

ทำไมยูถึงเลือกInternational Affairs ทำไมไม่เลือก Global Business ?

เราก็บอกว่าสาขาIAน่าสนใจสำหรับเรามาก 

และพ่อแม่ไม่อยากให้ไปไหนไกล  ถ้าเข้าระดับโลกก็อาจจะใหญ่ไปสำหรับเรา

แต่ก็ไม่ได้คิดมากหากต้องเดินทางไปที่ไหนไกลๆ 

 

อีกหนึ่งที่ถามแล้วตอบไม่ได้นั่นคือเรื่องGMS  คนค่อนข้างจะรู้จักน้อยว่ามันคืออะไร 

 เค้าถามว่า ยู โนว "GMS" อิน ไทย ?  เราก็ไม่รู้  เดามั่วไป  การสื่อสาร555+ 

(เดาเสร็จขำตัวเองอีก อิอิ  ก็นึกว่าคือGSMนิ สลับกัน)

เค้าบอกว่า โน  ลองเดาซิ  เราก็เดาไปเรื่อยๆก็ไม่ถูก เค้าเลยถามเรื่องอื่น 

 ....แอบเสียดายที่โง่ไม่ดูไปก่อน  มันอยู่ในหลักสูตรที่เค้าจะสอนนี่แหล่ะ

เกี่ยวกับลุ่มแม่น้ำโขง ....เลยแป้กไปหนึ่งเรื่อง

 

อ้อ..อีกเรื่องไม่รู้ถือว่าแป้กรึเปล่า คือมีป้าแก่เค้าถามว่า ดูละครเรื่อง ทางช้างเผือก มั้ย

เราก็ตอบว่า ไม่ดู ระหว่างนั้นแอบเห็นป้าแกหุบยิ้มเลยอ่ะ 

แล้วเราก็ขยายความว่า ดูแต่ทรูวิชั่น ยูบีซี

ทางนั้นเค้าก็เลยอ๋อๆ.. แล้วดูข่าวบ้างไหม รู้จักCNNมั้ย 

เราก็ตอบว่ารู้จัก แต่บางทีก็จะดูบ้าง หุหุหุ

ทางช้างเผือกนี่  เพิ่งรู้มาจากพี่สาวว่ามันเป็นละครที่มีครูรับเลี้ยงดูชาวนานาชาติอะไรประมาณนี้อ๊ะ  ..แหม ก็เค้าไม่เคยดูน่ะ  สงสัยคุณป้าแกคงชอบดู แล้วเห็นมันตรงกะสถาณการณ์เลยเอามาถาม 

 

หลังจากนั้นก็เรื่องทั่วๆไป  สุดท้ายเค้าก็บอกว่า ขอให้โชคดี  

เราก็ขอบคุณเค้าไปแล้วออกมาแบบใจระทึกอยู่เลย

 

ตอนแรกบอกตัวเองว่าจะติดไม่ติดไม่เป็นไร มาหาประสบการณ์

แต่พอโทรไปวันนี้ ทางวิทยาลัยบอกว่า  ชื่อเรามีอยู่ในพวกที่ติดนะ 

 แต่เค้ายังไม่ได้เอาลงเว็บ ดำเนินการ  รออะไรๆเสร็จก่อน เรานี่หน้าบานเลย

เราดีใจสุดๆเลยอ่ะ   ขอบคุณจริงๆสำหรับคนที่ให้คำแนะนำและเป็นกำลังใจให้นะคะ ได้เรียนในสิ่งที่ใฝ่ฝันมันทำให้มีความสุขที่สุดค่ะ 

 

เดี๋ยวเดือนหน้าจะเริ่มเรียนปรับพื้นฐานแล้ว 

เพราะมันเป็นนานาชาติไงคะ  ทั้งหมดที่เรียนเป็นอังกฤษหมด 

 เพราะฉะนั้นเราต้องแม่นอิ๊งค์ก่อน

เลยต้องไปเรียนปรับพื้นฐานเพราะภาษาอังกฤษยังไม่แน่นพอ

เย้ๆ ดีใจๆ^^ 

ไปแอบหาโฉมหน้าผู้สัมภาษณ์มาให้ อยู่ในนี้มีแค่ผู้หญิง2คนทางซ้ายไม่ใช่ค่ะ 

และขาดครูเวียดนามกับป้า1คนและครูชาวอังกฤษอีกคน

นี่แหล่ะคนสัมภาษณ์เรา